สรุปเนื้อเรื่อง Season 3 Episode 3: A Crack in the Ice

ผ่านไปแล้วสองตอนกับเนื้อเรื่องตอนที่สาม  โดยในตอนที่แล้วเราสามารถหยุดภูเขาไฟใน Ember Bay ได้สำเร็จ  พร้อมกันนั้นไข่มังกรที่เราเก็บไว้ที่ Tarir ก็ฟักออกมาเป็นมังกรน้อยนามว่า Aurene

ในอีกทางหนึ่ง Lazarus หรือ Mursaat ที่ปรากฎออกมาในตอนแรก  ก็ปรากฎตัวออกมาหมายจับมือกับมนุษย์ในการต่อสู้กับมังกรโบราณ

Current Event Part III

เกิดรอยแตกของมิติขึ้นทั่วทีเรีย  โดยมีจุดที่เกิดหนาแน่นเป็นพิเศษคือบริเวณ Gillscale Pond ซึ่งในบริเวณนั้นก็ปรากฎ Charr คนหนึ่งชื่อ Auris Weirdbringer ที่กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ (ซึ่งเรารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากัลกับ Charr คนนี้) ในขณะเดียวกันเราก็พบไอเทมแปลกๆ เมื่อเอาไปให้ Auris ดูเขาก็บอกว่ามันเป็น Rift Stabilizer ที่สามารถใช้ทำลายรอยแตกมิติเหล่านี้ได้  ซึ่งพอเขาซ่อมไอเทมให้เรา  เมื่อลองใช้ไปสักพักก็พบว่ามันพังอีกรอบ

ในขณะเดียวกัน  ผู้คนทั่วทีเรียต่างเห็น Ley-line Anomalies และได้ไปปรึกษา Ogden Stonehealer เพื่อหาทางรักษา  และ Ogden ก็แนะนำให้ไปพบกับ Tranton Hainsworth ของกลุ่ม Durmand Priory ซึ่งเขาได้ให้เศษ Shadowstone กับผู้เล่นมาชิ้นหนึ่ง  โดย Shadowstone นี้จะมีพลังเหมือน Bloodstone ที่จะสามารถช่วยให้ผู้เล่นหยุดเห็น Ley-line Anomalies ได้  แต่หลังจากที่ผู้เล่นได้ซ่อมแซม Shadowstone เสร็จ  ก็มีคนจาก Consortium ที่เขามาเสนอรักษาอาการดังกล่าวให้ด้วย “วิธีธรรมชาติ” โดยจะแลกกับ Shadowstone ที่ผู้เล่นซ่อมเสร็จแล้ว

(อ่านไกด์ของอีเวนท์นี้ได้ที่นี่)

Episode III: A Crack in the Ice

ในขณะที่ The Exalted Luminate ซึ่งเป็นผู้ดูแล Aurene กำลังจะส่งข่าวเรียกผู้เล่นให้มาเขารับการทดสอบต่างๆ Aurene ก็ส่งกระแสจิตไปเรียกผู้เล่นให้กลับมายัง Tarir เสียก่อน  ซึ่ง The Exalted Luminate เชื่อว่าเป็นเพราะผู้เล่นกับ Aurene มีสายสัมพันธ์บางอย่างกันนั่นเอง  ซึ่งแบบทดสอบดังกล่าวจะเป็นตัวสอนให้ Aurene รู้จักความอ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และยังสามารถต่อสู้ได้ ทันทีที่การทดสอบจบลง Taimi ก็วิทยุเข้ามาบอกกับเราว่าน่าจะสามารถให้มังกรโบราณหันมาสู้กันเองได้  เราจึงเดินทางไปเทือกเขา Shiverpeaks เพื่อตามหา Braham และล่า Icebrood ที่มีพลังของ Zhaitan หรือ Modremoth อยู่ในตัว

เมื่อผู้เล่นไปถึง Hoelbrak ก็พบว่า Braham ขึ้นไปทางตอนเหนือของเทือกเขา Shiverpeaks เพื่อตามหาม้วนคัมภีร์โบราณที่ Asgeir วีรบุรุษในตำนานของชาว Norn ใช้ในการต่อสู้กับ Jormag นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับ Icebrood ที่มีลักษณะแปลกออกไปจากปกติในบริเวณดังกล่าวด้วย

ผู้เล่นตาม Braham ขึ้นไปยังตอนเหนือของเทือกเขา Shiverpeaks เข้าสู่เขต Bitterfrost Frontier ดินแดนรกร้างซึ่งเป็นที่ตั้งแคมป์ของ Son of Svanir และ Sorrow’s Eclipse Sanctuary อันเป็นสถานที่ของพวก Kodan และ Quaggan ซึ่งที่ Sorrow’s Eclipse นี้เราได้ข่าวว่ามี Icebrood ที่ผิดแปลกไปจากปกติอาศัยอยู่ในส่วนที่หนาวเย็นที่สุดของ Bitterfrost Frontier ซึ่งทางเดียวที่จะเข้าไปได้คือต้องใช้น้ำยาที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม Son of Svanir ทำให้เราต้องปลอมตัวเข้าไปในแคมป์และหลอกให้ Son of Svanir มอบสูตรน้ำยานั้นให้กับเรา  ซึ่งเราต้องไปตามหาส่วนผสมและไปปรุงยาที่บ่อน้ำร้อนในแผนที่

หลังจากดื่มน้ำยานั้นแล้วผู้เล่นก็เดินทางไปยังเขต Bitter Cold อันเป็นจุดที่หนาวเย็นที่สุดใน Bitterfrost Frontier ที่นั่นผู้เล่นพบกับ Goliath ซึ่งเป็น Icebrood ที่แตกต่างออกไปจากปกติ  โดย Goliath นั้นจะไม่ได้รับผลใดๆ จากมนต์ความตายหรือมนต์ธรรมชาติ (มนต์ความตายคือพลังของ Zhaitan ส่วนมนต์ธรรมชาติเป็นพลังของ Modremoth) และหลังจากที่เราจัดการ Goliath ลงได้สำเร็จและเก็บตัวอย่างให้กับ Taimi เรียบร้อยแล้ว  เราก็ได้ข่าวถึงตำแหน่งปัจจุบันของ Braham และรีบรุดหน้าไปหา Braham ทันที

ผู้เล่นมาถึงบริเวณถ้ำ Wayward Cave (ใกล้กับทางเข้าแผนที่ Bitterfrost Frontier) และพบกับ Braham, Rox, และ Garm ที่กำลังถูกพวก Son of Svanir ไล่ล่าอยู่ (ซึ่งเราก็อธิบายไปว่าเป็นเพราะเราไปหลอกเอาน้ำยาจากพวก Son of Svanir นี่เอง  ทำให้พวก Son of Svanir ออกตามล่า) และหลังจากจัดการลงได้สำเร็จ  เราได้เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนี้ให้ Braham ฟัง  พร้อมทั้งชวน Braham เข้าร่วมกิลด์ Dragon’s Watch ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่  แต่ Braham ไม่สนใจและบอกว่าการที่เราออกจาก Destiny’s Edge แล้วไปตั้งกิลด์ใหม่นั้น  เป็นการหยามเกียรติของทั้ง Eir และ Snaff

ทั้งนี้ ผู้เล่น, Braham, และ Rox ได้เดินหน้าต่อเข้าไปยังในถ้ำและพบกับปิศาจน้ำแข็งและลูกหมุนที่คอยปกป้องคัมภีร์โบราณนี้อยู่  ซึ่ง Braham ได้พบคัมภีร์นั้นและรวมเข้ากับธนูของ Eir และใช้จัดการกับปิศาจน้ำแข็งลงได้สำเร็จ  และ Braham ก็ได้เสนอแผนว่าจะกลับไปทดสอบกับฟันของ Jormag ถ้าหากสำเร็จก็จะรวบรวมนักรบชาว Norn และเดินหน้าโจมตี Jormag ในทันที

หากแต่ว่าผู้เล่นไม่เห็นด้วย  โดยเห็นว่าหากบุกโจมตี Jormag ตรงๆ อาจจะทำให้ต้องสูญเสียคนเป็นจำนวนมากโดยใช่เหตุ  และต้องการให้ Braham รอการทดสอบจาก Taimi ถึงแผนที่จะให้มังกรทั้งสองสู้กันเอง  หากแต่ว่า Braham ก็ไม่เห็นด้วยและโมโหผู้เล่นขึ้นมาในทันที  ก่อนที่จะแยกตัวออกไปยัง Hoelbrak เพียงคนเดียว

กลับมายัง Hoelbrak ที่ Braham กำลังง้างคันธนูหมายทำลายฟันของ Jormag ลูกศรถูกดีดออกจากคันธนูพุ่งตรงปักเข้าฟันของ Jormag และเกิดเป็นรอยแตกขึ้น

จบเนื้อเรื่อง A Crack in the Ice

Current Event Part IV

ในขณะที่ Caudecus กำลังหลบหนีการจับกุมตัวอยู่  เขาก็ออกใบปลิวป่าวประกาศถึงการกลับมาของ White Mantle และหวังจะรวบรวมพลเข้าโค่นล้มบัลลังค์ของราชินี Jennah แม้ว่าในขณะเดียวกันกลุ่ม White Mantle จะแตกเป็นสองส่วน  ส่วนหนึ่งยังอยู่กับ Caudecus และอีกส่วนไปอยู่กับ Lazarus ทาง Caudecus เองก็ส่งจดหมายถึงกองโจรพันธมิตรของตน  และกล่าวว่า Lazarus นั้นเป็น “เทพปลอม”

สรุปทิ้งท้าย

ตามตำนานของชาว Norn นั้น  ช่วงที่ Jormag ตื่นขึ้นมาในครั้งก่อน Jormag ได้โจมตีชาว Norn จนเกือบสิ้นเผ่าพันธุ์  ทำให้ชาว Norn ต้องหนีจากดินแดน Far Shiverpeaks ลงมาบริเวณ Northern Shiverpeaks และตั้งเมือง Hoelbrak ขึ้นมา

โดยเรื่องราวของ Asgier นั้นเล่าว่าเขาได้คัมภีร์วิเศษของเผ่า Jotun มาในครอบครอง  และด้วยพลังของคัมภีร์นี้  ทำให้ Asgier สามารถต่อสู้กับ Jormag และสามารถหักฟัน Jormag ลงมาได้  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชาว Norn นั้นเห็นว่ามังกรโบราณก็สามารถถูกสังหารได้เช่นกัน  ซึ่งต่อมาชาว Norn เชื่อว่าหากใครที่สามารถทำความเสียหายให้กับฟันนี้ได้  ก็หมายถึงเป็นผู้ถูกเลือกให้นำชาว Norn ไปต่อสู้กับ Jormag

ปัจจุบันฟันของ Jormag หรือที่เรียกกันว่า Fang of the Serpent นั้นตั้งอยู่ใน The Great Lodge ของเมือง Hoelbrak (ลักษณะเป็นแท่งน้ำแข็งใหญ่ๆ กลางห้อง)


Comments

comments