Edge of Destiny – บทนำ – ความฝันและทุนนิมิต

เปลวไฟช่างดูสวยงามดุจใบไม้สีแดงและสีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วงที่ปลิวไหวตามแรงลมที่พัดผ่าน  หลุดออกจากก้านและปลิวไหวขึ้นสู่ท้องนภา

หมู่บ้านกำลังปลิวผ่านไป  จากมุงหลังคา  คานเสา  ไม้ผนัง  ปลิวไหวออกไปในรูปของเถ้าธุลี

เคทได้แต่ยืนมองบ้านเรือนและผู้คนที่จมลงไปในเปลวไฟ

เธอมาช้าไป  ทุกสิ่งทุกย่างถูกกลืนกินโดยเปลวเพลิง

แต่มันช่างดูสวยงาม

เคท ปฐมชนซิลวารี กระโดดลงจากโขดหินใหญ่ที่เธอนั่งดูหมู่บ้านในกองเพลิง  เรือนร่างของเคทนั้นอ้อนแอ้นอรชรเช่นเดียวกับชาวซิลวารีคนอื่นๆ เธอปัดปอยผมกลับไปข้างหลัง  เงี่ยหูฟังและมองหาผู้รอดชีวิต  แต่มองไปทางใดล้วนมีแต่เปลวไฟ  หันไปทางใดล้วนแต่ได้ยินเสียงเพลิงไหม้

เคทไม่ได้เกรงกลัวต่อเปลวไฟ  เธออายุน้อย แข็งแรง ไม่ย่อท้อ และมีความอยากรู้  เฉกเช่นเดียวกับเปลวไฟที่นำพาเธอมาที่นี่  มันน่าสนใจ

ใครเป็นคนวางเพลิง? เขาทำอย่างไร? เขาทำไปเพื่ออะไร? หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่าอะไร?

“ข้าชอบกองไฟ” เสียงหนึ่งแว่วขึ้นจากมุมมืด  เสียงผู้หญิงที่ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน

เคทหันไปยังต้นเสียงนั้น  ปรากฎเป็นหญิงชาวซิลวารีในชุดแต่งกายสีดำ  เคทหรี่ตาลงด้วยความสงสัย “ฟาวเลียน  เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

ฟาวเลียนแสยะยิ้มขึ้น “เปลวไฟพาข้ามาที่นี่”

“เปลวไฟที่ดึงดูดแมงเม่า”

“เหมือนอย่างเจ้า”

ฟาวเลียนและเคทนั้นดูเหมือนเป็นคนที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง  ฟาวเลียนมีผมที่ดำขลับเช่นเดียวกับเล็บและดวงตา  ทั้งคู่เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ที่ถือกำเนิดขึ้นจากต้นไม้สีซีด  ฟาวเลียนเป็นผู้ที่มีคำถามกับทุกสิ่งทุกอย่าง  ในขณะที่เคทก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ที่มีคำตอบให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง  ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนสนิทที่เคยออกผจญโลกกว้างด้วยกัน  หากแต่ในจุดหนึ่งแล้ว  จิตใจของเคทเติบโตขึ้นเป็นเส้นตรงราวกับต้นไม้ที่มั่นคง  แต่ฟาวเลียนนั่นกลับเติบโตขึ้นด้วยความคดเคี้ยวราวกับเถาวัลย์พิษ

“เจ้าเป็นคนวางเพลิงหรือ?” เคทถาม

ฟาวเลียนปัดผมสีดำขลับออกพลางสูดกลิ่นเปลวควันและเถ้าธุลีเข้าเต็มจมูก “ฟังดูก็น่าสน  แต่เปล่า  เป็นฝีมือพวกเดสทรอยเยอร์  สัตว์ประหลาดแม็กม่า”

เคทพยักหน้าเบาๆ “พวกมันโผล่ขึ้นมาเสียทุกที”

“มังกรโบราณไพรมอร์ดัสกำลังจะยึดครองโลกอีกครั้ง”

แล้วเสียงร้องหนึ่งก็ดังมาจากในกองไฟ  เคทรีบผละตัวไปยังประตูบานหนึ่งและผลักมันออกพลางออกเข้าไปข้างใน  กองฟางลุกไหม้ส่งควันดำโขมง  ลานนวดข้าวละลายลงไปในกองไฟ  ห่างออกไปที่กำแพงอีกด้านปรากฎเป็นชายที่ถูกไฟคลอกจนดำคนหนึ่ง  หากดูทีแรกแล้วคงไม่คิดว่าเจ้าของร่างจะยังมีชีวิตอยู่  จนกระทั่งได้ยินเรียงร้องออกมาจากร่างนั้น

เคทพุ่งตัวผ่านกองเพลิงเข้าไปหาชายคนนั้น  เธอคุกเข่าลงแล้วมองไปยังร่างนั้น  ดวงตาของเขาหายไป  ใบหน้าของเขาถูกไฟไหม้จนเห็นกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหน้านั้น  ริมฝีปากของเขาครึ่งหนึ่งละลายผสายกัน “ปิศาจไฟ … ปิศาจไฟ … ปิศาจ …”

“ข้าจะช่วยท่านเอง” เคทกล่าว

“ช่างเป็นคำพูดที่หอมหวาน” ฟาวเลียนกระซิบ  พลางนั่งลงอีกข้างของชายคนนั้น “ความหวังก็เหมือนกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความเจ็บปวด”

“ผิวของข้า ไหม้หมดแล้วใช่ไหม?” เขาร้องถามในลำคอ “ใช่ไหม?”

“ใช่” เคทกล่าวอย่างนุ่มนวล

พลันฟาวเลียนก็หัวเราะออกมา “โอ้ เจ้านี่ช่างใจร้ายเสียจริง”

“พวกมันขึ้นมาจากใต้ดิน” ชายคนนั้นค่อยๆ พูดออกมา “พวกมันไต่ขึ้นมาอย่างกับแมลงยักษ์  ตัวพวกมันสีดำ  มีไฟลุกท่วมตัว”

“เดสทรอยเยอร์” ฟาวเลียนกล่าว

“ข้าจะพาท่านไปหาหมอ”

“หาหมอ?” ฟาวเลียนถามขึ้นพลางจับแขนของเคทออกมา “นี่เจ้าทำเพื่อข้าอย่างนั้นล่ะสิ?”

“อะไรนะ? ไม่! ข้าทำเพื่อเขาต่างหาก”

“เขาไม่มีทางรอดอยู่แล้ว  เจ้ากำลังทรมานเขาเพื่อแค่ให้ข้ารู้สึกเท่านั้น”

“ไม่! ข้าเปล่า”

แววตาฟาวเลียนดูมีเล่ห์ประกายขึ้นมา “เจ้าต้องการให้ข้ารู้สึกต่อเขา  เจ้าต้องการให้ข้ารู้สึกสงสาร

“ไม่!” เคทกล่าว “ใช่! นั่นแหละ!”

“ช่วยข้า!” ชายคนนั้นร้องขึ้น

“ข้าช่วยแน่นอน” เคทกล่าว

ฟาวเลียนหลับตาลงกัดฟันแน่น “เจ้าไม่มีทางเอาชนะใจข้ากลับไปได้หรอก”

“ข้าไม่ได้ต้องการที่จะเอาชนะใจเจ้ากลับมา”

“มากับข้าเคท  เข้าร่วมทุนนิมิต[1]

“ข้าจะช่วยเขา!” เคทตะโกนตอบ  พลางอุ้มร่างชายคนนั้นขึ้นพาดบ่าและตรงปรี่ไปยังประตู

แต่ยังไม่ทันที่เคทจะถูกประตู  ฟาวเลียนก็ผละตัวเข้ามาขวางไว้และวางฝ่ามือลงที่แผ่นออกของเคท  เธอสัมผัสได้ถึงคามร้อนที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของฟาวเลียน  และในชั่วอึดใจความร้อนนั้นก็เปลี่ยนเป็นคลื่นทะลุผ่านร่างของเธอไป  เคทเซถอยออกไปข้างหลัง  ก่อนจะหันไปเห็นกองเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากคอของชายคนนั้นที่ถูกปาดออกโดยฟาวเลียน

“อะไรกัน…” เคทเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา  พลางเดินเซถอยหลังก่อนจะล้มบนเข่าของเธอ “เจ้าฆ่าเขาทำไม”

“ข้าปลดปล่อยเขา  มากับข้าเถิด”

“ข้าจะไม่มีวันเข้าร่วมกับทุนนิมิต”

ฟาวเลียนกระพริบตาและกล่าวขึ้น “สัมผัสของข้า  และการเสียสละของชายคนนั้น  จะปลุกความมืดมิดในตัวเจ้า” ฟาวเลียนหันหลังออกไป “แล้วเจ้าจะมาเป็นของข้าอีกครั้ง”

 


  1. ทุนนิมิต หมายถึง ฝันร้าย หรือ Nightmare Court

Comments

comments