รู้จักกับ Mad King Thorn ตัวละครหลักในเทศกาลฮัลโลวีน

วนกลับมาอีกครั้งกับเทศกาลฮัลโลวีน  กับกิจกรรมที่เปิดให้ผู้เล่นฟาร์มถุงกันอย่างบ้าคลั่งใน Mad King’s Labyrinth ซึ่งนอกจากการฟาร์มถุงแล้ว  เทศกาลนี้ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น Mad King Say ที่ต้องพิมพ์ emote ตามที่ Mad King พูด  หรือ Mad King’s Clock Tower ที่เป็น Jumping Puzzle หนีตายจาก (หรือเปล่า?) น้ำที่ท่วมหอคอยขึ้นมาเรื่อยๆ หรือ Ascent to Madness ดันเจียนสั้นๆ ที่ให้ผู้เล่นได้สู้กับ Mad King Thorn

สังเกตว่าทุกอย่างมันเกี่ยวกับตา Mad King Thorn หมดเลย สงสัยหรือเปล่าว่า Mad King Thorn คือใคร?

Mad King Thorn

หรือชื่อเต็มๆ คือ Mad King Oswald Thorn (ราชาวิปลาส ออสวอลด์ ธอร์น) เป็นกษัตริย์ที่ปกครองไครต้าอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9 และขึ้นชื่อลือชาในความวิปลาสและความโหดร้ายในการปกครองของเขาที่มีมาตั้งแต่ที่เขายังเป็นแค่เจ้าชาย

ในสมัยที่ออสวอลด์ยังเป็นเจ้าชายอยู่นั้น  เขาขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ชอบแกล้งคนอื่นรวมถึงก่อเรื่องต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน  ซึ่งเขาเองเป็นเหตุในการเสียชีวิตของ Serene (เซรีน) และ Samson (แซมสัน) ที่เป็นเพื่อนของเขาอีกด้วย

กรณีของเซรีนนั้น  ออสวอลด์เอาพริกไปให้ม้าของเซรีนกิน  ม้าของเซรีนตกใจในความเผ็ดจนเกิดพยศขึ้นและกระทืบเซรีนจนเสียชีวิต  ภาพที่เซรีนเห็นก่อนตายนั้นคือออสวอลด์ยืนยิ้มอย่างสนุกอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง

ส่วนกรณีของแซมสัน  ทั้งสองคนไปออกหาอะไรทำกันสนุกๆ ตามปกติ  จนไปเจอหนอนยักษ์ Giant Wurm เข้า  ซึ่งออสวอลด์ตกใจหนีไป  ปล่อยให้หนอนยักษ์ทำร้ายแซมสันจนเสียชีวิต

จริงๆ แล้วออสวอลด์นั้นไม่ได้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์โดยตรง  หากแต่เป็นเจ้าชาย​ Ewan Thorn (อีวาน ธอร์น) ที่เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์  หากแต่ว่าออสวอลด์ได้วางแผนสังหารพี่ชายของเขาโดยหลอกให้อีวานไปติดอยู่ในใยของแมงมุมยักษ์  หลังจากที่เขาสังหารพี่ชายลงไปแล้วเขาก็ขึ้นครองบัลลังก์ไครต้าแทน  และได้หลอก Lady Lyrica (ไลริกา) คนรักของอีวานให้มาแต่งงานด้วยสำเร็จ  แต่หลังจากแต่งงานกันแล้วออสวอลด์ก็เริ่มเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง  ทำให้ไลริกาวางแผนที่จะหลบไปอยู่กับพี่สาว  แต่ออสวอลด์รู้เข้าจึงจ้างโจรป่าให้ไปดักสังหารระหว่างทาง

แล้วในเวลาต่อมา  เขาก็สังหารพ่อของเขาเองด้วยอีกคนหนึ่งโดยข้อหาเป็นกบฎ

ออสวอลด์นั้นมีภรรยาถึง 8 คน (คนแรกคือไลริกาที่แย่งมาจากพี่ชายนั่นเอง) ซึ่งแต่ละคนก็ถูกออสวอลด์สังหารโหดกันแบบไม่ซ้ำวิธี  เช่น

  • Lyrica (ไลริกา) ออสวอลด์จ้างให้โจรป่าไปดักปล้นขบวนและสังหารเธอทิ้งก่อนที่จะได้ขึ้นเป็นราชินี
  • Estrella (เอสเทรลล่า) ออสวอลด์จับใส่โลงศพพร้อมหนูจำนวนมหาศาล  ก่อนจะเอาไปโยนทิ้งทะเล
  • แม่ของเจ้าชาย Edrick (ไม่ทราบชื่อ) ถูกตัดหัวในวันที่คลอดเจ้าชายเอดริก
  • Henrietta (เฮนริเอตตา) ถูกฆ่าโดยเจ้าชายเอดริก
  • เจ้าหญิง Zola (โซลา) เจ้าหญิงแห่งเกาะอิสตัน  ออสวอลด์บังคับเธอแต่งงานด้วยการไปลักพาตัวพ่อของเธอมา  เขาสังหารโซลาด้วยการจับเผาทั้งเป็น  ซึ่งเป็นเหตุให้พ่อของเธอประกาศสงครามกับไครต้า (และแพ้ไปในที่สุด)

ราชาวิปลาสมีบุตรชายอยู่คนหนึ่งคือ Edrick Thorn (เอดริค ธอร์น) หรือ “Bloody Prince Thorn” (จริงๆ ยังมีอีกหลายชื่อ  เช่น Edrick the Bloody หรือ Painlord ที่เป็นชื่อที่เขาตั้งขึ้นเอง) ตัวออสวอลด์เองนั้นมองว่าเอดริคคือ “ความน่าผิดหวัง” เขาสั่งลบข้อมูลทั้งหมดของเอดริคออกจากหน้าประวัติศาสตร์  ทำให้แทบไม่มีข้อมูลใดๆ หลงเหลืออยู่เลย

ในช่วงที่ออสวอลด์ครองราชย์นั้นดินแดนไครต้าประสบปัญหาความยากแค้นและโรคระบาด  ในขณะเดียวกันเขาก็ขึ้นภาษีในดินแดนไครต้าแพงระยับ  ส่วนตัวเขาเองนั้นกลับจัดงานเลี้ยงใหญ่โตขึ้นอยู่บ่อยๆ  และจากภาษีขูดรีดของออสวอลด์นี่เอง  ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีรายได้พอประทังชีวิตจนต้องขโมยอาหารกิน  ซึ่งในภายหลังออสวอลด์จับประชาชนที่ขโมยของทั้งหมดมารมกัน (รวมถึงคนที่ถูกสงสัยว่าขโมยด้วย) และจับตัดมือหมดทุกคน

ความโหดร้ายของออสวอลด์จบลงในปี 825 AE เมื่อประชาชนที่ทนไม่ไหวในการปกครองของเขาลุกฮือขึ้นต่อต้าน  บุกเข้าไปในปราสาทธอร์นและสังหารเขาลงและตัดแบ่งร่างของเขาออกเป็นส่วนๆ และปิดผนึกแยกไว้ในส่วนต่างๆ ทั่วดินแดนทีเรีย  เพื่อป้องกันไม่ให้เขาใช้เวทมนต์ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้  หลังจากนั้นประชาชนผู้โกรธเกรี้ยวก็เผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของออสวอลด์ลง  รวมถึงปราสาทธอร์นด้วย  ก่อนที่จะไปเชิญให้ลูกพี่ลูกน้องของออสวอลด์ขึ้นครองราชย์แทนและขอพระราชทานอภัยโทษ

ลูกพี่ลูกน้องของออสวอลด์คนนี้ (ไม่ได้ระบุชื่อ) เป็นต้นเชื้อสายของราชินีเจนนาห์ในปัจจุบันนี่เอง

แม้ว่าออสวอลด์จะถูกปิดผนึกขังอยู่ใน Underworld แต่หลังจากที่ราชินีซัลม่าขึ้นครองราชย์ในปี 1079 AE ก็ทำให้ผนึกชิ้นหนึ่งแตกลง  ทำให้ออสวอลด์สามารถกลับขึ้นมายังดินแดนทีเรียได้ปีละหนึ่งวันในช่วงฮัลโลวีน  และเป็นการจุดประกลายให้สำนักวิปลาส (Lunatic Court) พยายามทำลายผนึกทั้งหมดเพื่อพาราชาวิปลาสกลับขึ้นมายังดินแดนทีเรียได้อย่างถาวร (กิจกรรมฮัลโลวีนใน Guild Wars ภาคแรก)

อย่างไรก็ดี  ความพยายามของสภาวิปลาสนั้นล้มเหลว  และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวของ ราชาวิปลาส ออสวอลด์ ธอร์น ก็กลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหลอกเด็กเท่านั้น  จนกระทั่งในปี 1325 AE ที่ราชาวิปลาสสามารถกลับขึ้นมายังดินแดนทีเรียในช่วงฮัลโลวีนได้อีกครั้ง (กิจกรรมฮัลโลวีนใน Guild Wars 2) ทำให้ Magister Tassi แห่งสำนักเดอร์แมน  ร่วมมือกับผู้เล่นบุกเข้าไปยังดินแดนของราชาวิปลาสเพื่อโค่นล้มเขาลงในดินแดนของเขาเอง

Bloody Prince Thorn

เอดริค ธอร์น บุตรชายคนเดียวของออสวอลด์  ไม่มีใครทราบชื่อแม่ของเขาที่ถูกราชาวิปลาสสั่งตัดหัวในวันที่เขาลืมตาดูโลก  เอดริคถูกเลี้ยงมาโดยเฮนริเอตตา  หนึ่งในภรรยาของออสวอลด์  หากแต่ก็เป็นเอดริคนี่เองที่ทำให้เฮนริเอตตาต้องถึงแก่ความตาย  โดยการตอกตะปูยึดมือของเฮนริเอตตาเอาไว้กับกิ่งก่ายักษ์ Drake (หรือตะกวด  ก็ว่ากันไป) ในเกม “Pin the Tail on the Drake” และปล่อยให้เดรคลากเธอไปมาจนเสียชีวิต

ดูเหมือนว่าออสวอลด์จะไม่ชอบและไม่ถูกกับเอดริคสักเท่าไหร่นัก  เมื่อตอนที่เขาอายุย่างเข้า 20 ปี อยู่ๆ ออสวอลด์ก็จับเขาขังเอาไว้ในดันเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ  ซึ่งต่อมาเอดริคหนีออกไปได้  โดยระหว่างทางเขาก็ตัดลิ้นของทหารยามทุกคนเพื่อไม่ให้เอาเรื่องที่เขาหนีได้ไปบอกกับใคร

ในระหว่างการหลบหนีนี่เอง  เอดริคได้เผาหมู่บ้าน Pelchalice จนราบ  คร่าชีวิตชาวบ้านไปกว่า 600 คน  โดยทั้งหมดเป็นแผนที่จะทำให้ชาวบ้านลุกฮือขึ้นต่อต้านราชาวิปลาสผู้เป็นพ่อ  เพื่อที่เขาจะได้ยึดบัลลังก์ไครต้าแทน  ประชาชนจำนวนมากไปก่อม็อบปิดล้อมปราสาทธอร์นอยู่นานถึงสามวัน  ก่อนที่ออสวอลด์จะรู้ความจริงว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเอดริค (ในภายหลังเหตุการณ์นี้เองที่นำไปสู่การสิ้นสุดการปกครองของออสวอลด์ในเวลาต่อมา)

เพื่อเป็นการสั่งสอนให้เอดริคหลาบจำ  เขาจับเอดริคขังในหีบแห่งความบ้าคลั่ง “The Shell of Insanity” พร้อมกรอกลูกกวาด Candy Corn ใส่ปากเขาจนเต็ม  ซึ่งต่อมาไม่นานนักเอดริคก็เสียชีวิตลงจากการอดอาหารอยู่ในหีบนั่นเอง

หีบแห่งความบ้าคลั่งนั้นถูกลงอาคมโดย Dribbin หนึ่งในที่ปรึกษาของออสวอลด์  ก่อนจะถูกส่งไปยังเกาะอิสตันในดินแดนเอโลน่า  แต่หีบบรรจุร่างของเอดริคนี้ไม่เคยไปถึงอิสตัน  มันถูกขโมยระหว่างทางและนำไปเก็บไว้ที่สถานบันศิลปะลับโนลานี ( The Nolani Academy of the Arcane Arts) และสูญหายไปอีกครั้งในช่วงสงครามกิลด์วอร์ครั้งที่ 3 ก่อนที่จะถูกค้นพบอีกครั้งโดย Magister Tassi ผู้ที่กำลังค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับราชาวิปลาส

อ้างอิง – GW2Wiki (1), GW2Wiki (2), GW2Wiki (3), GW2Wiki (4), GW2Wiki (5), GW2Wiki (6), GW2Wiki (7)GW1Wiki (1), GW2Wiki (2)

 


Comments

comments