ทำความรู้จักกับเกมกิลด์วอร์ส 2

ทุกวันนี้อาจจะพูดได้ว่าเกมแนว MMORPG นั้นถึงจุดอิ่มตัวในระดับหนึ่ง  ผู้เล่นจำนวนมากหันไปเล่นเกมอื่นที่เดินเกมเร็วกว่า  อย่างเกมแนว FPS หรือแนว MOBA ซ้ำร้ายเกมออนไลน์ฟรีต่างๆ ก็มักแปรเปลี่ยนไปใช้โมเดลธุรกิจแบบ Pay2Win กันเสียมาก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเกมออนไลน์แนว MMORPG อยู่อย่างน้อยเกมหนึ่งที่แม้ว่าจะเปลี่ยนจากโมเดลบังคับซื้อตัวเกม  มาเป็นเปิดให้เล่นฟรีและซื้อภาคเสริม  แต่ตัวเกมก็ยังคงความสมดุลย์ระหว่างผู้เล่นฟรีและผู้เล่นเสียเงินเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ใช่แล้วครับ  เกมที่ว่านั้นคือเกม Guild Wars 2 นั่นเอง

อย่างที่กล่าวไปนั่นคือในช่วงแรกที่เกมเปิดตัวออกมา  เกมนี้จะใช้วิธีขายขาดในครั้งแรกครั้งเดียว  แล้วผู้เล่นก็จะสามารถเล่นไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่ารายเดือนอีก (โดยปกติเกมออนไลน์ของฝรั่งมักจะยังต้องจ่ายรายเดือนอยู่) จนกระทั่งภาคเสริม Heart of Thorns ออกมา  ทางผู้ให้บริการก็เปลี่ยนโมเดลการทำตลาดเป็นเปิดเกมภาคหลักให้เล่นฟรี  และขายเนื้อหาภาคเสริมแทน

ก่อนที่จะไปดูจุดเด่นต่างๆ ของเกม  ผมขอแนะนำให้ลองเปิดอ่านตารางเปรียบเทียบระหว่างไอดีฟรีและไอดีเสียเงินกันก่อนครับ

เอาล่ะ  เมื่อทราบความต่างของไอดีฟรีและไอดีเสียเงินแล้ว  เราไปดูจุดเด่นของเกมกันครับ

Guild Wars 2 เป็นเกมที่ผู้ให้บริการจริงจังในเรื่องการปราบโปรแกรมโกง

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ว่าเกมใดๆ มันก็ต้องมีโปรแกรมโกงออกมาได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการว่าจะจริงจังกับการปราบปรามและแก้ไขช่องโหว่ที่ใช้โกงเหล่านี้กันขนาดไหน

ทีมงาน ArenaNet จัดได้ว่าเป็นทีมงานที่จริงจังในเรื่องการต่อสู้กับโปรแกรมโกงต่างๆ ซึ่งหากผู้เล่นพบเจอใครที่ใช้โปรแกรมโกง  ก็สามารถเซฟหลักฐานแล้วส่งไปให้ทีมงานจัดการได้ในทันที  โดยทีมงานจะทำการตรวจสอบผู้เล่นนั้นๆ และจะลงโทษทันทีหากพบว่าผู้เล่นนั้นใช้โปรแกรมช่วยเล่น  แถมยังพยายามแก้บั๊กที่ผู้เล่นนั้นนำมาใช้ประโยชน์อย่างเร็วที่สุดอีกด้วย

ระบบ Megaserver ที่ทำให้เจอผู้เล่นคนอื่นอยู่ตลอด

ในหลายๆ เกม จะมีการแบ่งผู้เล่นออกเป็นเซิร์ฟเวอร์และแชแนล  และปัญหาที่ตามมาคือผู้เล่นมักจะไปกระจุกอยู่แค่เซิร์ฟเวอร์บนๆ ไม่กี่เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น

ใน Guild Wars 2 จะมีระบบที่เรียกว่า Megaserver ซึ่งมันจะจับเอาผู้เล่นมารวมกันอยู่ใน Instance ซึ่งในแต่ละ Instance เราก็จะเจอคนที่น่าจะเข้ากับเรามากที่สุด  เช่นอยู่กิลด์เดียวกับเรา  เป็นเพื่อนเรา  หรือมาจากประเทศเดียวกัน  ซึ่งถ้าหากระบบมันจับคนมากองใน Instance จนเต็ม  มันก็จะสร้าง Instance ใหม่เรื่อยๆ  ซึ่งก็ช่วยขจัดปัญหาเซิร์ฟเวอร์เต็มได้

ในทางกลับกัน  ถ้าหากใน Instance ที่ผู้เล่นอยู่นั้นคนทยอยออกไปจนหมด  ตัวเกมก็จะถามว่าเราต้องการย้าย Instance หรือไม่  เพื่อที่จะได้ไปอยู่ใน Instance ที่มีคนมากกว่านั่นเอง

ทั้งนี้ตัวเกมยังมีการเลือกเซิร์ฟเวอร์อยู่นะครับ  ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ที่เราเลือกนี้จะใช้ในการกำหนดฝ่ายในการเล่น WvW นั่นเอง (แต่พอออกมา PvE แล้วก็คละกันเหมือนเดิม)

เกมออกแบบให้ผู้เล่นช่วยเหลือกัน

เกม MMORPG หลายเกมนั้นไม่ค่อยจะเอื้อให้ผู้เล่นนอกปาร์ตี้ช่วยเหลือกันเท่าไหร่นัก  ทั้งในเรื่องของการแย่ง EXP หรือการ Loot ของ  ทำให้ผู้เล่นมักจะมีปากเสียงในเรื่องพวกนี้กันอยู่ประปราย

ระบบของเกม Guild Wars 2 จะเอื้อให้ผู้เล่นช่วยเหลือกันมากกว่า  ทั้งการสู้กับมอนสเตอร์ที่จะไม่มีการแย่ง EXP กัน  ของที่ตกก็จะตกแยกกันตามแต่ละผู้เล่น (ผู้เล่นคนอื่นจะไม่เห็น loot ของเรา)

นอกจากนี้ตัวเกมยังมีการสเกล EXP ตามแมพและเลเวลของผู้เล่น  โดยถ้าหากผู้เล่นเก็บเลเวลในแมพที่เหมาะกับเลเวลตัวเอง  ก็จะใช้เวลาพอๆ กันทุกเลเวลในการอัพ  เช่นตอนเลเวล 10 เก็บที่แมพเลเวล 10 ใช้เวลาอัพเลเวลละครึ่งชั่วโมง  ที่เลเวล 70 ถ้าเราเก็บที่แมพเลเวล 70 เราก็จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการอัพเลเวลเช่นกัน  ต่างกับบางเกมที่แม้จะไปแมพที่มอนสเตอร์เลเวลใกล้เคียงกับเราแล้ว  แต่ก็ยังต้องเก็บเลเวลเลือดตาแทบกระเด็น

เป็นเกมที่เก็บเลเวลง่าย

จะพูดว่าการเก็บเลเวลไม่ใช่ปัจจัยหลักของเกมนี้ก็เห็นจะไม่ผิดนัก  ผู้เล่นมีวิธีร้อยแปดพันเก้าที่จะใช้เก็บเลเวล  ตั้งแต่การไล่ตีมอนสเตอร์ทั่วไป  การทำเควสท์ (ซึ่งมีทั้งเควสท์ครั้งเดียว  และ event ที่วนกลับมาให้ทำเรื่อยๆ) หรือแม้แต่การเก็บแร่  คราฟท์ของ  หรือเปิดแผนที่  ก็ยังได้ EXP ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้สำหรับสายบู๊  ยังสามารถเก็บเลเวลตัวละครจากการลง PvP หรือ WvW ได้อีกด้วย

โดยรวมแล้วหากผู้เล่นตั้งหน้าตั้งตาเก็บเลเวล  ผู้เล่นจะสามารถเลเวลตัน 80 ได้ภายในสามวัน  ซึ่งหลังจากตันตัวหนึ่งแล้ว  หากเราลง WvW หรือ PvP บ่อยๆ  เราจะได้ Tome of Knowledge ที่ใช้ในการกดอัพเลเวลได้  ซึ่ง ณ จุดหนึ่งเราจะมีไอ้เจ้า Tome of Knowledge สะสมอยู่เป็นพันเล่ม  พอสร้างตัวใหม่ปุ๊บสามารถกดปั๊มขึ้นมาเป็นเลเวล 80 ได้ทันที

ทุกคนสามารถมีไอเทมตัวท็อปในเกมได้

เกมนี้จะแบ่งไอเทมตามระดับเลเวลผู้ใช้  ดังนี้

ระดับเลเวลที่ใช้ได้สเกลสเตตัส
Basic1-80100%
Fine1-80125%
Masterwork14-80135%
Rare30-80145%
Exotic62-80165%
Ascended80175%
Legendary80175%

โดยไอเทมในเกมระดับเดียวกันนั้นจะมีค่าสเตตัสที่เท่ากัน (ที่เห็นราคาต่างกันนั่นคือบรรดาหิน Rune และ Sigil ที่ใส่อยู่  กับความหายากของสกิน) โดยไอเทมเกรดที่ให้สเตตัสสูงสุดนั้นคือ Ascended และ Legendary ที่ให้สเตตัสเท่ากัน  ผู้เล่นสามารถคราฟท์ไอเทม Ascended ได้ด้วยตัวเอง  โดยวัตถุดิบนั้นสามารถหาซื้อได้จาก Trading Post

ส่วนของ Legendary นั้น  จริงๆ แล้วสเตตัสจะเท่ากับ Ascended แต่ว่าผู้เล่นจะกดเปลี่ยนสเตตัสไปมาได้  ทำให้เวลาปรับบิวด์ใหม่  ก็ไม่จำเป็นต้องคราฟท์ไอเทมชิ้นใหม่ (ทั้งนี้ไอเทมเกรด Ascended สามารถเอาไปโยน Mystic Forge เพื่อเปลี่ยนสเตตัสได้เช่นกัน)

ทั้งนี้ถ้าหากผู้เล่นไม่อยากคราฟท์ไอเทม Ascended ก็สามารถใช้ไอเทม Exotic ได้เช่นกัน (สเตตัสต่างกัน 10%) ซึ่งจะมีผลกับการต่อสู้ใน PvE และ WvW (ซึ่งอาจจะใช้บิวด์, การซัพพอร์ตจากเพื่อน, หรือความเถื่อนส่วนตัวทดแทนสเตตัสที่หายไปได้) ส่วนใน PvP ของจะถูกรีเซ็ตสเตตัสลงมาเป็นสเกล 100% เท่ากันหมด

มีสังคมผู้เล่นที่ดี

จากข้อดีต่างๆ ด้านบน  ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นได้สบายมากขึ้น  ซึ่งส่งผลให้สังคมในเกมนั้นดีขึ้นไปด้วย  ผู้เล่นช่วยเหลือกัน  มีคนคอยให้คำแนะนำต่างๆ อยู่ตลอด  อีกทั้งบางทีเราก็จะเจอ GM มาวิ่งเล่นอยู่ด้วย  หรือแม้กระทั่ง GM พายึดปราสาทใน WvW ด้วยก็มี

Meta Event ภารกิจประจำแผนที่

ในแต่ละแผนที่จะมีภารกิจต่างๆ ที่วนมาให้เล่นอยู่เสมอๆ และในหลายภารกิจก็จะมีภารกิจต่อเนื่องที่ต่างกันไปหากไม่ตรงตามเงื่อนไข  เช่นหากล้มบอสได้  ภารกิจ A จะขึ้นมาให้เล่น  แต่ถ้าล่มบอสไม่ได้  จะได้ภารกิจ B ขึ้นมาเล่นแทน

ซึ่งพวกภารกิจเหล่านี้จะมีตั้งแต่ภารกิจเล็กๆ ในแมพ  ไปจนถึง Meta Event ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งแมพเลยทีเดียว  ซึ่งภารกิจใหญ่ๆ เหล่านี้มักจะมีผู้เล่นนับร้อยคนเข้าร่วม (ถ้าคุณทันเข้าไปใน Instance หลักน่ะนะ)

เกมมีระบบต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์

เราอาจจะคุ้นเคยกับเกมที่เราต้องเก็บเลเวลอัพสเตตัส  เวลาต่อสู้ต้องคอยกดใช้ไอเทมเสริม  เช่นเพิ่มเลือด, แก้พิษ, เพิ่มพลังและความเร็วโจมตี ฯลฯ หรือการที่ตัวละครที่เราเล่นขาดความสามารถบางอย่างที่ต้องให้ตัวละครอื่นมาเสริมตลอดเวลา (เช่นการเล่น Warrior ที่สามารถฮีลตัวเองได้  ต้องกดปั๊มยาหรือให้ Cleric คอยฮีลให้ตลอด)

ใน Guild Wars 2 ได้นำระบบต่อสู้มายกเครื่องใหม่  ออกแบบให้ผู้เล่นสามารถซัพพอร์ตตัวเองได้จากสกิลที่ผู้ใช้จัดขึ้นมา  ซึ่งตรงนี้เราเคยเขียนอธิบายเอาไว้ในโพสต์เรื่องระบบคอมแบทของ Guild Wars 2 สามารถกดอ่านไดเ้ตามลิงค์เลยครับ

Content under development